ไข่ขาวหายไป….

มาตรฐาน
คำเตือน….นี่ไม่ใช่ข้อเขียนทางวิชาการ แต่เป็นเนื้อหาที่สื่อจากจิตสำนึก หรือเสียงสะท้อนเล็กๆในมุมนึงของหัวใจผู้เขียนเอง

((ความดีใดๆที่เกิดขึ้นในนี้นั่นย่อมมาจากพระองค์ผู้เดียว และหากความผิดพลาดใดๆที่เกิดขึ้น นั่นก็ย่อมเกิดจากความอ่อนแอ โง่เขลา ของบ่าวผู้นี้เอง))
                                                 …..และการชี้นำในสิ่งถูกนั้นก็เป็นสิ่งที่ทุกหัวใจปรารถนา…….

การกระทำ หรือ สิ่งที่ตอกย้ำซ้ำๆหลายๆครั้งนั้น ทำให้จิตใจต้อง จดจ่อ สมาธิต้องหยุดนิ่ง และหัวใจต้องครุ่นคิด เฉกเช่นเดียวกับการเพรียกหาอัลลอฮฺด้วยพระนามที่หลากหลาย ซ้ำแล้วซ้ำอีก …

 
      ทุกๆวันหลังจากเข้าแถวอ่านดุอาในตอนเช้า จะมีคุณครูขึ้นมาจับไมค์ฝากข้อคิดเล็กน้อยๆไว้ให้กับเด็กๆที่ภาคฤดูร้อนได้ฟังกัน ถ้าตั้งใจฟังกันก็จะได้
นะศีหะฮฺดีๆกลับไปคิดสะกิดใจเลยทีเดียว
        นี่ก็เป็นอีกวันที่มีครูท่านนึงออกมาให้นะศีหะฮฺกับพวกเรา ชายร่างสันทัด อายุราวๆไม่เกินสามสิบเห็นจะได้ ครูพูดถึงอัลอิหฺซาน แล้วก็ถามคำถามเด็กๆว่าคืออะไร ชื่อเหมือนมัสยิดนี้เลย…เด็กๆก็ตอบได้อย่างดีว่า คือความดี

    ขอสรุปในใจความที่ครูกล่าวไว้คร่าวๆว่า "ที่จริงแล้วหลักอิหฺซานนั้นต้องเริ่มปลูกฝังเสียตั่งแต่เด็กๆ ไม่ใช่มาเริ่มกันตอนโต ต้องให้คุณครูรวมถึงพ่อแม่และทุกๆคนมีส่วนร่วมให้เด็กเข้าใจและรู้ถึงหลักอิหฺซาน ควบคู่กับทั้งหลักอีมาน และหลักอิสลามหรืออิบาดะห์ด้วย อย่างเช่นยกตัวอย่างง่ายๆ เด็กๆเวลาครูหันหลังเขียนกระดานอยู่ก็แอบเล่นแอบคุยพอครูหันหันหน้ามาก็ทำเรียบร้อยปกติ  …." 

       เราจึงต้องเติบโตบนพื้นฐานของความรู้ ความเข้าใจ บนหลักอิหฺซานอย่างถูกต้องและเมื่อนั้น ทุกอย่างก็จะออกมาดีและสมบรูณ์ในบริบทของ
อิสลามที่ครบถ้วน เหมือนที่ท่านร่อซูลเคยถูกญิบรีลถามถึงหลักอิหฺซานไว้ว่า


                                  (( أَنْ تَعْبُدَ الله
كَأَنَّكَ تَرَاهُ ، فَإِنْ لَمْ تَكُنْ تَرَاهُ فَإِنَّهُ يَرَاكَ ))

“ท่านต้องภักดี
(ทำการอิบาดะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺเสมือนท่านเห็นพระองค์
แม้นว่าท่านไม่เห็นพระองค์ แต่แท้จริงพระองค์ทรงเห็นท่าน”


 ครูพูดอยู่ประโยคนึงที่ว่าแม้นว่าท่านไม่เห็น
พระองค์เป็นความจริง แต่แท้จริงพระองค์ทรงเห็นท่านเป็นความจริงยิ่งกว่า


และแล้วนะศีหะฮฺนั้นก็ดูเหมือนจะเลือนลางไป หากไม่ได้พี่ชายในอิสลามของฉันคนนึงขอให้ช่วยสอนเตาฮีดแทนในชั้นปี6ในหัวข้อของอัลอิหฺซาน
อัลอิหฺซานถูกกลับมาค้นคว้าในหัวของฉันอีกครั้ง พร้อมกับข้อมูลในสมองอันน้อยนิด แล้วก็มีคำถามผุดขึ้นมาในใจว่า แล้วจะยกตัวอย่างยังไงดี
ความจริงแล้วตอนได้รับอมานะห์มานั้น ก็หาข้อมูลจากในหนังสือบ้าง ตามเว็ปบ้าง แต่จะเอาเข้าจริงกลับรู้สึกโล่งมากมายในหัว
และความที่วิชาเตาฮีดถูกจัดตารางต่อจากประวัติศาสตร์ที่น่าย้อนอดีตรำลึกถึงแล้ว  กว่าจะฉุดนร.จากภวังค์ในต้นคาบก็เล่นเอานึกตัวอย่างไม่ออก

ไปจบที่ไข่ดาวได้อย่างไรไม่รู้ (ไม่ได้หิวนะแต่ทำไมไม่รู้^^) ลองตั้งคำถามกับเด็กถึงองค์ประกอบของอิสลามแล้ว อัลฮัมดุลิ้ลลาที่เด็กสามารถตอบได้ว่าอิสลามนั้นประกอบด้วยหลักใหญ่สามข้อนั่นคือ  อีมาน อิสลาม(อิบาดะห์) อิหฺซาน นั่นเอง

  และแล้วคุณครูเตาฮีดจำเป็นก็เริ่มวาดรูปไข่ดาวบนไวบอร์ด พร้อมพากย์ประกอบว่าพยายามมองให้เป็นไข่ดาวแล้วกันนะ^^
บอกเด็กว่า ไข่แดงเนี่ย เปรียบเสมือน อีมานและอิบาดะห์  ส่วนไข่ขาวที่ล้อมรอบไข่แดงนั้นก็เปรียบเสมือน กับอิหฺซาน แน่นอนว่าไข่ดาวหรือในวิชาวิทยาศาสตร์สมัยมัธยมเรียกว่า "นิวเคลียส" นั้นมีความสำคัญมาก เพราะหากไข่แดงนั้นจะเติบโตขึ้นมาเป็นลูกเจี้ยบหรือสัตว์ต่างๆนั้นก็ย่อมมาจากตรงนี้


      แต่หากไข่ดาวจะขาดซึ่งไข่ขาวล้อมรอบแล้วนั้น มันก็ย่อมไม่ถูกเรียกว่าไข่ดาวอีกต่อไป เหมือนกันกับอิสลาม หากมีการกระทำ มีการศรัทธา แต่แหว่งเรื่องอิหฺซานหรือน่าจะใช้คำเชิงๆ จิตสำนึกแล้วละก็ แน่นอนมันก็โยงไปเกี่ยวในด้านของการศรัทธาที่สั่นคลอนได้อีกเหมือนกัน เพราะหนึ่งในการศรัทธาในซาต(ตัวตน) ของพระองค์แล้ว ย่อมขาดหลักของการเชื่อมั่นในพระนามและคุณลักษณะข้อใดข้อนึงไม่ได้ 

        หากคนทุกคนนึกถึงหลักอิหฺซานอยู่ตลอดเวลาแล้วละก็ คงไม่มีใครกล้าจะทำอะไรๆตามเสียงเรียกร้องของชัยฏอน 

  อย่างที่ทิ้งคอมเม้นท์ไว้เรื่องที่แล้วว่า โลกนี้ซับซ้อนมากนัก เรื่องที่คนคนนึงประสบอยู่อาจะเหมือน หรือคล้ายกับอีกคนประสบอยู่ บ้างหาทางออกได้ บ้างเจอทางตัน บทสรุปของคำตอบสุดท้ายอาจต่างกัน นั่นก็เพราะบางที "เหตุผลของคนคนนึง อาจไม่ใช่เหตุผลของอีกคนก็เป็นได้ "

      บางทีสภาพแวดล้อมก็เป็นตัวชี้ว่าคนคนนึงจะมีชีวิตและดำเนินชีวิตในปัจจุบันอย่างไร(ถึงแม้ไม่เสมอไปก็ตาม) 
แอบเป็นห่วงใครต่อใครที่กำลังลืมหลักอิหฺซานในการดำเนินชีวิต รวมถึงตัวเองด้วย บางทีก็นึกไปเองว่าอัลลอฮฺทรงรู้ว่าบ่าวเจออะไรและเหตุผลใดที่ต้องทำเช่นนี้ แอบหลงเข้าข้างความรู้สึกตัวเองก็บ่อย แต่ก็ต้องตั้งคำถามให้เหตุผลที่ตัวเองยกๆมาเสมอว่า เหตุนี้นี้หรือเปล่าที่วันนั้นจะตอบพระองค์
จะเอาคำตอบนี้หลอไปอ้างกับอัลลอฮฺว่าต้องทำเช่นนั้น…ไม่มีคำตอบในใจนอกจากว่า "แล้วมันจะฟังขึ้นไหม"

       อัลฮัมดุลิ้ลลาที่ใครหลายๆคนยังรวมตัวอยู่กันได้ท่ามกลางกระแสอะไรต่อมิอะไรที่พร้อมจะพาใครต่อใครหลุดออกจากอิสลาม……….

                                                                                                                          ด้วยรัก และศรัทธาเดียวกัน….AL-BAHRULHADEE 



9 responses »

  1. "ไข่ดาว" เข้าใจเปรียบ"จะเอาคำตอบนี้หรอไปอ้างกับอัลลอฮฺว่าต้องทำเช่นนั้น.." บทความนี้ทำให้ผู้อ่านบางคนตาสว่างได้เลยล่ะجزاكِ الله خيراً

  2. สุดโค่ย…อย่างนี้เป็นการยกตัวอย่างให้เห็นภาพ…แจ่มมากการอธิบายโดยสิ่งที่คล้ายคลึงกัน…ให้เห็นภาพ…เป็นการง่ายที่จะเข้าใจกว่าการที่จะอธิบายตามคำจำกัดความปกติ…."สรุปจากส่วนหนึ่งของบทเรียน"🙂

  3. ฮ่าๆมีคนเห็นดีเห็นงามกับไข่ดาวใบนี้ อิอิ ถือว่าผ่านใช่ปะพี่ดีม….ถ้ามีคนตาสว่างหนูก็ดีใจกับคนคนนั้นด้วย แต่บางทีก็เสียดายที่เนื้อหาถูกจำกัดอยู่แค่คนบางกลุ่ม….น้องนีน…ไม่ยักรู้ว่าแอบมานั่งเรียนตั่งกะเมื่อไหร่^^ขอทิ้งคำถามให้คนต่อๆไปที่ผ่านมาอ่านและสองคนที่มาตอบแล้วด้วยหน่อยนึง เพื่อการอิศลาอฺพวกเราด้วยกันอะนะคำถามคือ…คนที่เค้ากำลังลืมหลักอิหฺซาน (แน่นอนมันพลอยทำให้ทั้งอิบาดะห์และอีมานหายไปด้วย) โดยที่เค้าคิดว่าสิ่งที่ทำมันไกลเกินกว่าที่เค้าจะเดินกลับมาที่เก่า (กลับมาสู่อิสลาม) และคนที่การเตือนไม่เป็นผลโดยเหตุผลที่เค้ายกมาคือ ถ้าเค้าจะเปลี่ยน เค้าต้องคิดได้เองไม่ใช่จากการเตือนจากคนรอบข้าง คนสองแบบนี้ เราควรจะดึงเค้ากลับมายังไง เพราะไม่ว่าด้วยเหตุผลไหน เราก็คงไม่อยากทนเห็นใครๆทำผิดในสถานะที่เค้าได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องเดียวกับเราอยากได้เหตุผลที่เค้าปฏิเสธความหวังดีของเรา และวิธีที่จะดึงพีน้องเหล่านั้นกลับมา ปล.ขอความกรุณาพี่น้องทุกท่านที่ได้อ่านช่วยกันปรับปรุงสภาพของพวกเราด้วย

  4. บทเรียนในห้องเรียนที่นี่จ้า….เรียนวิชา أصول التفسير وقواعده เรียนหนังสือของอิบนุตัยมียะห์ และมีประโยคหนึ่ง…ท่านว่าไว้ประมาณนั้นจ่ะ………คิดว่า เหตุผลที่เขาปฏิเสธความหวังดี…(ถ้าความหวังดีของเราคือการเอาเขาเข้ามาอยู่ในกรอบอิสลาม-เข้าใจถูกไหมอะ?)(คิดว่านะ) เพราะอัลลอฮฺสร้างมนุษย์มาเป็นแบบนั้น…قال الله تعالى " زين للناس حب الشهوات من النساء والبنين والقناطير المقنطرة من الذهب والفضة والخيل المسومة و الأنعام والحرث،แต่พระองค์ก็เตือนไว้ว่าที่กล่าวมามันเป็น…ذلك متاع الحياة الدنيا، والله عنده حسن المآب.และอัลลอฮฺก็ทรงบอกถึงอะไรที่มันหรูกว่านั้น…قل أؤنبئكم بخير من ذلكم؟ للذين اتقوا عند ربهم جنات تجري من تحتها الأنهار ، خالدين فيها، وأزواج مطهرة، ورضوان من الله والله بصير بالعبادแต่………….มนุษย์ไม่มองไง……..ชอบอะไรสบาย ๆ ใกล้ ๆ …..ถ้าอัลลอฮฺให้มนุษย์เห็นสวรรค์ซักหนึ่งวิ….รับรอง …ไม่มีใครปฏิเสธอย่างงี้แหละ "มนุษย์" …ดุนยาสวยงาม ๆ …ชอบจะลืมตลอดเวลา…. ว่ามีอะไรที่สวยงามกว่านั้น ส่วนที่ถามว่าจะดึงเขาออกมายังไง….คงต้อง…อดทน…"เตือน"ต่อไป…คิดหาทาง…ขอดุอา…และ "ทำตัวเราให้ดี"….แต่ละคนก็เจอคนต่างกัน อีกคนบางทีก็ไม่สามารถคิดให้อีกคนได้คนที่ใกล้ที่สุดจะเห็นชัดที่สุด…ในส่วนใหญ่ คิดว่างั้น…อ่ะนะ…. จำไว้อย่างว่า ฮิดายะห์ไม่ใช่มาจากเรา…ถ้าเรามีความมุ่งมั่นจริง ๆ จัง ๆ คิดว่าจะช่วยเขายังไง…ในทุก ๆ เวลาที่สามารถ …อัลลอฮฺไม่ปล่อยให้เราคิดโดยพระองค์ไม่ช่วยหรอก…สู้ ๆ นะถ้าพบวิธีอะไรที่ดี ๆ ก็แบ่งกันบ้างนะ…ตอนนี้ก็กำลังคิดอยู่ล่ะ…คิดมะออก -__-"….การตักเตือนมันมีอาด๊าบของมันอยู่ด้วยนะ…จำไม่ได้ว่าเราเคยเรียนที่ฟุรกอนกันรึเปล่า…ถ้ายัง เดี๋ยวจะเขียนลงในสเปซเมื่อวานไปเจอ…กระดาษแผ่นเล็ก ๆ แปะไว้ที่ตู้เย็นในห้องเพื่อน… เขียนไว้ว่า…من شاهد إخلاصه إخلاصًا …فقد أحتاج إخلاصه إلى الإخلاصใครที่เขาเห็นความอิคลาสของเขาว่าเป็นการอิคลาสที่จริง ๆ สุด ๆ แล้ว…เขานั้นยังต้องการความอิคลาส(มากขึ้น) ในการอิคลาสของเขา……ขอพระองค์ทรงมอบทางที่ถูกต้องให้กับเรา ๆ …ทั้งโลกนี้ และโลกหน้า….

  5. "สิ่งที่ทำมันไกลเกินกว่าที่เค้าจะเดินกลับมาที่เก่า (กลับมาสู่อิสลาม)"ยอมรับว่าเคยมีความคิดชุดนี้แว๊บเข้ามาในหัวและความรู้สึกของตัวเอง เลยพอจะเข้าใจอารมณ์นั้นตอนนั้นตอบกับตัวเองไปว่า "แล้วพอใจใช่มั้ยที่จะยอมให้ตัวเองเป็นชาวนรก"ถ้ายึดในความคิดที่ว่านั้นแล้ว อัลลอฮฺจะให้บ่าวของพระองค์เตาบะฮฺทำไมพี่เชื่อเหลือเกินว่ามันเป็นความคิดของชัยฏอนที่ทำให้เราสิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮฺ"และพวกเจ้าอย่าเบื่อหน่ายต่อความเมตตาของอัลลอฮ์ แท้จริงไม่มีผู้ใดเบื่อหน่ายต่อความเมตตาของอัลลอฮ์ นอกจากหมู่ชนผู้ปฏิเสธ” (ซูเราะฮฺยูซุฟ /87)อายะฮฺนี้พี่ว่ามันชัดเจนสำหรับเคสนี้…ส่วนอีกเคส"ถ้าเค้าจะเปลี่ยน เค้าต้องคิดได้เองไม่ใช่จากการเตือนจากคนรอบข้าง" ตรงนี้คงต้องให้เค้าคิดในอีกมุมว่า บรรดาศอฮาบะฮฺในยุคของท่านนบี รวมถึงตัวเรา ณ ตอนนี้ถ้าไม่มีคนเตือน(ก็คือท่านนบี) เราจะได้เป็นผู้ศรัทธามั้ย ? อยู่ๆเราจะคิดได้เองหรือป่าวว่า ใครคือพระเจ้า อิสลามคืออะไร ฯลฯ อัลลอฮฺก็ทรงบอกไว้ "ดังนั้น จงตักเตือนเถิด แท้จริงการตักเตือนจะยังประโยชน์" และท่านนบีก็บอกว่า "ศาสนาคือการตักเตือน" และอีกมากมายที่บ่งชี้ว่าการก่อร่างสร้างฐานสังคมแห่งอิสลาม การตักเตือนกัน(ในทางที่ดี) คือส่วนประกอบที่สำคัญในสังคม โดยเฉพาะกับตัวของผู้ศรัทธาที่ย่อมขาดคำตักเตือน(จากคนอื่น)ไม่ได้ พี่เชื่อว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้ มาดาเข้าใจดีอยู่แล้วล่ะ อินชาอัลลอฮฺและก็เข้าใจถึงความเจ็บปวดและความทุกข์ของคนที่มีความรู้สึกแบบนี้ (ความรู้สึกของคนที่เห็นคนที่เรารัก ทำผิดต่ออัลลอฮฺ)มันทำให้รู้สึกได้ถึงความรู้สึกของท่านนบีที่ลุงผู้เป็นที่รักของท่านตายไปโดยที่ไม่ยอมรับอิสลาม ท่านรู้สึกเช่นไรและมันคงจะเป็นความรู้สึกที่หนักหนากว่าเราหลายเท่านักเราคงต้องใช้การอธิบายกับเค้าซึ่งคำพูดของเราจะไปทำให้เค้าเปลี่ยนแปลงตัวเองได้หรือไม่นั้น ไม่ใช่หน้าที่ของมนุษย์อย่างเรา แต่ในส่วนที่เราจะทำได้คือเตือน(ด้วยความรัก)ต่อไป บางทีการเตือนของเราครั้งที่ 101 อาจจะเป็นครั้งที่อัลลอฮฺเปิดใจให้เค้าก็ได้ (วัลลอฮุอะอฺลัม) และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือดุอาอฺ ซึ่งสำคัญและยิ่งใหญ่มากนะ ดุอาอฺที่ขอด้วยหัวใจที่บริสุทธ์ หัวใจที่รักและหวังดีต่อพี่น้อง (การดุอาอฺไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่เป็นอาวุธคู่กายที่ใช้ได้ตลอดในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะในการนับ 1 หรือนับ 100) อินชาอัลลอฮฺ ขอให้เชื่อมั่นว่าอัลลอฮฺจทรงตอบรับไม่วันใดก็วันหนึ่ง หรือหากสิ่งนั้นๆไม่เป็นไปอย่างที่เราหวังหรือขอไป แน่นอนมันย่อมเป็นพระประสงค์ของอัลลอฮฺ ผู้ทรงรอบรู้ (ในสิ่งที่เราไม่รู้) และทุกๆสิ่งที่เป็นไปนั้นล้วนอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ เป็นกำลังใจให้นะจ้ะผิดพลาดตรงไหนขอมะอัฟและชี้แนะด้วย และนั่นเป็นเพราะความเขลาของพี่เอง

  6. ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก เคยได้ยินมะ อย่างน้อยที่สุด เราก็ต้องทำให้เค้ารู้หน่อยแหละ ว่าเราเปนห่วงละก็ค่อยๆสกิดทีละนิด ไม่ใช่สถีบ…………ผ่านมา………..

  7. ยกตัวอย่างได้ดีเลย (หิวซะแล้ว อิอิ)อ่านเม้นน้องนานแล้วพี่มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยอ่ะ

  8. สถีบ ก็ถีบจะให้มันคล้องก่ะสะกิดถ้าพูดว่าถีบเลยจะแรงไปเลยเปนสถีบ จะได้ดูไม่แรงเกินไป….ก็มั่วๆไป้….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s