ความสุข..ไม่เสียบปลั๊ก

มาตรฐาน
ความสุข..ไม่เสียบปลั๊ก
ความจริงแล้วแอบลอกมาจากสโลแกนของรายการส่งเสริมการอ่านหนังสือทางทีวีช่องนึง(เรื่องวนเวียนอยู่แถวนี้ละอิอิ)
เค้าใช่ชื่อว่า "หนังสือ ความสุขไม่ต้องเสียบปลั๊ก" ประมาณนี้มั้ง เหอๆจำไม่ได้ละเห็นผ่านๆแว๊บๆ

ความจริงเขียนเรื่องคราวนี้เหมือนกระแนะกระแหนตัวเองนิดหน่อย เพราะมีหลายๆช่วงที่เอะอะก็ต้องเปิดคอมฯ หันซ้ายหันขวาก็จับรีโมท
ไม่รู้มีใครเค้าเป็นกันมั่ง ยิ่งถ้าไม่หาการหางานให้ตัวเองก็อยู่อารมณ์นั้นอีกนาน…แต่บางทีอารมณ์กระฉูดคิดโปรเจ็คอะไรใหม่ๆออกนี่ก็หนีไม่พ้นต้องมานั่งหน้าคอมฯให้พิมพ์โน่นพิมพ์นี้กันเป็นการใหญ่ เล่นเอาเพื่อนฝูงบอกเวลาแกไอเดียกระฉูดนี้ทำเอาเพื่อนเดือดร้อน ต้องซวยรับงานไปตามๆกัน

ความจริงแล้วตามหัวข้อดั้งเดิมเค้าต้องการรณรงณ์ให้เด็กๆสนใจอ่านหนังสือ ชอบมีเคล็ดลับโน่นนี่มานำเสนอบ่อยๆ บางทีก็เป็นการรีวิวหนังสือหรือสัมภาษณ์คนเขียนบ้างประปราย ก็ดีเป็นอีกหนึ่งทางที่แนะนำให้คนอ่านอย่างเราๆได้ไม่มากก็น้อย และหนังสือก็เป็นความสุขที่ไม่ต้องเสียบปลั๊กอย่างที่เค้าว่า ถ้าเลือกอ่านได้ถูกแนวและถูกใจคนอ่าน ไม่เปลืองไฟเสียบปลั๊กแต่ก็เปลืองไฟไว้ใช้อ่านหนังสือแทน555

อะไรหลายๆอย่างรอบตัวที่ทำให้เราสุขใจได้ มาจากการเสียบปลั๊กอย่างที่ว่าจริงหรือ ?

เล่นคอมฯ ก็ต้องเสียบปลั๊ก ดูทีวี  ฟังวิทยุ mp3/mp4 โทรศัพท์ เกมส์เพลย์ ตู้เย็น(อันนี้ขอนับเป็นความสุขทางการกินละกัน เพราะบางทีบีทาเก้นไม่เย็นก็ไม่อร่อย)
 มันเรียกได้ว่าความสุขจริงหรือเปล่าน้า …เพราะบางทีก็ไม่แน่ใจ แต่บางทีถ้าไม่ได้ทำในสิ่งต่างๆมันก็ทำให้ทุกข์ใจได้เหมือนกันหนิ

ทุกข์เลยหรือนี่…โอ้มันดูเวอร์ไป แต่ถ้าขาดไปจริงๆ มันก็คงแย่เลย
เอ๋ หรือว่าเราทำให้มันเป็นความจำเป็นละ เอ๊ะอะก็อ้างความจำเป็นหรือเปล่า
ตกลงมันใช่ความสุขไหมนะ…เคยมีโพลส์สำรวจความสุขของคนกรุงเทพฯ นี่นา เอาอะไรมาวัดละ
ความจริงไม่ต้องตามดูโพลส์ก็พอจะรู้ว่า คนยุคนี้มีความสุขน้อยลง ทั้งที่มีเครื่องให้ความสุขให้ใช้เล่นครายเครียดตั้งมากมาย
ไม่เหมือนคนแต่ก่อน ไม่เห็นคนแต่ก่อนจะมีปลั๊กสามตาสี่ตาเยอะแยะกันเลย เพราะคนแต่ก่อนไม่ต้องหาปลั๊กสามตามาเสียบโน้ตบุค ไม่ต้องหาสายพ่วงเข้าทีวีเคเบิ้ลหรือสายเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ ไม่มีwireleesประจำบ้าน ไม่มี…ฯลฯ

นั่นแหละสับเพเหร่ะที่ขยันประดิดกันขึ้นมา แต่คนแต่ก่อนก็มีความสุขมากกว่าคนสมัยนี้นะ ความจริงมันก็มาจากหลายปัจจัย

ความรักรึเปล่าที่จัดอยู่ในตัวที่ทำให้ความสุขเพิ่มขึ้น เพราะรักจะนำพาแต่รอยยิ้มและความบริสุทธิ์ใจใช่ไหม  มันเป็นเรื่องจากใจหนึ่งถึงใจอีกดวงหนึ่ง ซึ่งบางทีก็ยากเกินอธิบาย
อยากกระซิบบอกใครหลายๆคนที่มีรัก ให้หาสุดยอดของการได้รักอย่างหนึ่งให้เจอ
เพราะรักนี้จะไม่เจอข้อหาแอบรักอยู่ฝ่ายเดียว จะไม่มีอกหักให้ช้ำใจ เมื่อได้รักแล้วรักนี้ก็จะนิรันดร์
พลังแห่งรัก ยากนักจะเข้าใจ หากไม่ลองรัก จำจักต้องเสียใจ รู้ไหมคำตอบคืออะไร ก็รักอัลลอฮ์ไง ใครใครย่อมรู้ดี

————————————————————————————————————————–
ไม่ได้ตั้งใจจบด้วยรักเลยนะเนี่ย แต่ถ้าจบด้วยรักมันก็แฮปปี้ไปตามๆกันไม่ใช่หลอ ….(ตึง !!)

Advertisements

5 responses »

  1. ตึง !!! จบหักมุมก็จริงเค้าว่าคนสมัยนี้สมาธิสั้นมากๆ ต้องมีภาพวิ่งๆผ่านสายตาตลอดเวลา ไม่งั้นก็ ไม่รู้จะทำไงกับชีวิต เหมือนนั่งเอ๋อๆอยู่ชั่วขณะ

  2. บีทาเก้นไม่เย็นไม่อร่อยเหนด้วยอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้อย่าว่าเย็นหรือไม่เย็นเลย จะหาซักขวดยังไม่มีT T อยากกินอ่ะพี่มาดาาา

  3. รู้สึกเด็กหญิงยิ้มแฉ่งชอบบีทาเก้นมากกว่าเจ้าของบล็อกเสียแล้ว ว่าแต่…ฝอยทองนะได้ทำรึยัง ชั้นก็อยากกินวะแกวัตถุดิบครบมะไหร่ลงมือแล้วถ่ายรูปมาให้ดูมั่ง(แก้หิวทางตาก็ยังดี) เอ๋ไม่ค่อยเกี่ยวกะเรื่องที่เขียนซักเท่าไหร่ แต่สาว่าใครบางคนกำลังรีบร้อนตัวในบล็อกพี่สาวตัวเอง555ช้านยังไม่ได้นินทาอะไรเล้ยนะจ๊ะสาวอุศูลฯ

  4. ความสุขมันไม่ใช่สิ่งของตายตัว…เป็นสิ่งเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลและบุคคล….เวลาผ่านไปมันก็ยังมีสุข…แต่สุขไม่เหมือนเดิมไม่ได้บอกว่าสุขน้อยสุขมาก…หมายถึงว่าเปนความสุขที่มากหรือน้อยเท่ากัน…แต่แตกต่างกัน…เฉพาะช่วงเวลาแล้วบุคคล….อย่างเช่นอย่างที่บอกเมื่อก่อนไม่เหนจำเปนต้องใช้ไฟฟ้า.. เค้าก็มีความสุข…แต่ตอนนี้ต้องมีไฟฟ้าถึงจะเปนสุขเท่าๆกันกับในสมัยก่อนต่างๆที่ำว่ามามันเปนแค่ความสุขที่ได้จากความสะดวกสบายความสุขในวัตถุไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เอ่อที่บอกว่าคนเมื่อก่อนมีความสุขมากกว่าคนสมัยนี้ิอ่ััะ เทียบกันยังไงเอ่ย …………..เมามาถาม……………..

  5. ขออธิบายในมุมมองส่วนตัวต่อเนื้อเรื่องดังกล่าวประเด็นของเนื้อหาเจ้าของสเปซเล็งหลักใหญ่ใจความอยู่สองข้อคือ 1. ความสุขที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ตามชื่อเนื้อเรื่องที่ได้เขียนไป(ถือเป็นความสุขในขณะหนึ่งของผู้เขียน)2. การได้รักนั้นทำให้หัวใจเบิกบาน เป็นสุข และการได้รักและเป็นผู้ถูกรักนั้นย่อมสุขตลอดไป หากรักอัลลอฮ*ที่พี่มูว่ามาตรงใจหนูในนัยยะหนึ่งที่ว่าความสุขไม่ตายตัว แต่ก็ลงความเห็นส่วนตัวไว้เช่นกันว่า ความจริงมันก็หลายปัจจัยนั่นคือ บางทีคนสมัยก่อนก็ไม่กังวลหรือใส่ใจในเรื่องที่คนสมัยนี้ทุกข์ทำนองนั้น ตัวอย่างเรื่องปลั๊กสามตา แค่ยกมาให้เห็นภาพว่าแต่ก่อนเป็นอย่างไรอะไรทำนองนั้นถ้าถามว่าใช้อะไรมาวัด นี่ไม่แน่ใจ ความเครียดอาจจะเป็นตัวชี้วัดความสุขก็ได้ ความไม่ปลอดภัยในทรัพย์สิน ในชีวิต จากทั้งภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์ด้วยกันเองอะไรอย่างเงี้ยะ คือถ้ามีความรู้สึกอย่างงี้เยอะมันเป็นตัวลดความสุขมั่ง…..ปล. พี่มูไปเมาอะไรมาสาจะแฮงค์หนัก ไม่สร่างเมาเสียทีนะพ่อคุณ ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s