จะกลับแล้ว…

มาตรฐาน
ไม่มีอะไรหรอกค่ะ…
 
อยากตะโกนดังๆว่าจะกลับ รร แล้วหลังจากหยุดมานาน….(แต่ก็อยากหยุดมากกว่านี้นะ)   ตอนแรกก็คิดว่าจะรีบๆเขียนอะไรลงสเปซเอาไว้เพื่อจะมีคนอ่านแบบเขียนเยอะๆอ่ะน่ะ
แต่ด้วยกับว่าพรุ่งนี้จะกลับแล้วกะจิตกะใจแล้วก็อารมณ์มันก็ไม่ค่อยมี…แค่นั่งพับเสื้อเก็บของ..อารมณ์ที่จะต้องกลับก็พุ่งปรี้ดเข้าไปยังโสตประสาทบอกเจ้าของสมองว่าแกจะกลับบ้านแล้วนะเว้ย เหอๆเรียกว่าบ้าน..เพราะ80%ของชีวิตอยู่แต่ที่ รร ถึงแม้มันจะ..เอาเป็นว่าเด็กฟรุกอนทุกคนรู้กันดี
 
 
ความจริงแล้วแล้วที่ได้กลับมาบ้านมันก็ไม่น่าจะได้กลับมาหรอกแต่เพราะเหตุการณ์มันสุดวิสัย…หยุดไปเกือบเดือนแบบว่านานก็จริงตอนแรกพอกลับมาบ้านก็คิดว่าโหยได้หยุดตั้งเยอะคงจะมีอะไรทำพออยู่ไปเรื่อยๆเวลาเริ่มผ่านไป  ผ่านไปแล้วก็ผ่านไปโดยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อะไรเลยเฮ้อ..แล้วพอจะกลับ รร มันก็เหลืออีกแค่3อาทิตย์จะสอบมีเวลาจะเตรียมตัวทำอะไรตั้งแยะ
แต่ก็เดี้ยวๆพรุ่งนี้ยังมีๆพอมาวันนี้…พรุ่งนี้แกจะกลับแล้วเว้ย…เฮ้อ
 
คิดไปคิดมา…..ถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับเวลาชีวิตที่ใช้ในดุนยามันคงเหมือนกันเนอะ
 
                  แตกต่างกันที่เรารู้ว่าเราจะกลับ รร เมื่อไหร่เพราะวันมันกำหนดออกมาแล้ว..ว่าต้องเป็นพรุ่งนี้ ..2กันยา(ฮือๆ)
 
ไม่เหมือนกิยามะฮ….
 
ที่มีแต่สัญญาณเตือนให้เรารู้ว่ามันจะมาถึง…ถ้ามีอันโน้นอันนี้ปรากฏ…แต่เพราะมันเกิดครบแล้ว(สัยญาณเล็กๆ)แต่สัญญาณใหญ่มันยังไม่เกิดเท่านั้นเรายังจึงไม่โอดครวญเหมือนตอนจะกลับ รร
 
มันเหมือนกันตรงที่….
 
เวลาที่กลับมาอยู่บ้านเยอะๆแล้วเราก็คิดว่ามีเวลาอีกตั่งนาน…ที่จะทำอะไรมากมายทำการบ้านท่องกรุอานเพื่อเตรียมสอบ  มันก็เหมือนดุนยาเรามีเวลามากมายแล้วเราเองและใครอีกๆหลายคนก็คิดว่าเรายังมีเวลามากพอ…แล้วเราก็ปล่อยมันให้ผ่านไปเรื่อยๆ…ผ่านไปๆ
                                     
                                        ถ้ากลับไป รร แล้วทำโน่นทำนี่ไม่ทันเราคงคิดว่าถ้า…(ซึ่งความจริงมันไม่น่าจะพูดคำว่าถ้า) เราอ่านกรุอานเยอะกว่านี้ไร้สาระให้น้อยกว่านี้เตรียมตัวเองให้มากกว่านี้เราคงไม่ต้องมานั่งผิดหวังอย่างนี้ไม่ต้องมาเหนื่อยอะไรอย่างนี้ไม่ต้องมานั่งอดหลับอดนอนทั้งงานราษฏงานหลวงแล้วก็อะไรหลายๆอย่าง
 
                         แต่ถ้าถึงวันนั้น..กิยามะฮ (อะอูซุบิลลาฮิมินซาลิก) เราจะมานั่งคิดอย่างนี้มั้ย..ถ้าเราไม่เตรียมตัวเตรียมพร้อม  เราจะคิดไหมว่าถ้าเราเอาเวลาตรงนั้นมาถือบวช มาอ่านกรุอานมาสนใจพ่อแม่ที่สวรรค์ก็อยู่กับเค้า…มาทุ่มเทเวลากับสิ่งที่ควรจะทำมากกว่าอะไรหลายๆอย่างที่เราเองและใครก็เรียกมันว่าสิ่งไร้สาระแต่ก็ยังทำมันอยู่
 
………….ตอนนี้ถามว่ารู้มั้ย…ก็รู้กับอะไรที่มันผ่านๆมาแต่บางทีก็ด้วยกับความเป็นมนุษย์…ที่ชอบจะหลงลืมเผลอ…ก็มนุษย์ไงถึงจะตูกเตือนกันมากแค่ไหน
 
มันก็กลับมาเป็นอะไรอย่างที่เรียกว่าแย่ๆกันได้ทุกคนนั่นแหละ…..แต่มันก็เป็นหน้าที่ของเราแล้วก็ท่านทุกๆคนที่จะต้องแสวงหากันตักเตือนแล้วก็ตักเตือนคนอื่นด้วย….
 
เพราะพระองค์บอกว่า…แท้จริงการตักเตือนนั้นจะยังประโยชน์…เชื่อพระองค์ไหม…ถ้าเชื่อ  ก็จงแสวงหาแล้วก็หยิบยื่นเถอะ…เพราะไม่มีใครจะดีเกินจะรับฟังคำตักเตือนหรอก
 
 
 
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s